ฝากคำถาม

วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

วิธีใช้เฟสบุ๊คส่วนบุคคล เพื่อการเผยแพร่ข้อมูล แบบที่จะเกิดประโยชน์สูงสุด





เขียนชื่อเวอร์ไปป่าวไม่รู้

แต่อยากเขียน

อยากเขียนมานานแล้ว
แต่ขี้เกียจ

จริง ๆ นี่ก็ขี้เกียจ (เพราะงานยังไม่เสร็จ แต่แพลนแล้ว)

เมื่อกลางวันเราได้เขียนไว้
http://www.facebook.com/pranitee/posts/10151232895287987

ตอนนี้ทำแล้ว จนเหลือไอ้นี่แหละ
เลยมาทำให้เสร็จ ๆ ไป

จริง ๆ รายละเอียดเยอะมาก

แต่จะค่อย ๆ เล่า

ขอเล่าเป็นข้อ ๆ แล้วกัน
เกี่ยวบ้าง ไม่เกี่ยวบ้าง แต่เป็นประโยชน์แน่ ๆ




๑) รู้หรือไม่ว่า พิมพ์ อีเมล ชื่อ นามสกุล
ลงในช่องค้นหา (ที่เราวงแดงไว้)
ก็สามารถหาเฟสบุ๊คของคนคนนั้นได้



เราอยากจะบอกว่า เราชอบสืบเรื่องของคนอื่น (ไม่ได้อยากเสือกนะ ไม่ได้ว่างหรอก)
แต่ที่สืบเพราะอยากรู้ (เท่าที่เขาเปิดโอกาสให้รู้)
อยากรู้ว่าถ้าต้องเกี่ยวข้องด้วย (ทำงาน ติดต่อสื่อสาร) กับคนนั้น
เราต้องมีพิธีรีตองยังไง (ดูจากนิสัย จากการติดต่อกับคนอื่น ๆ ของเขา)
ฉะนั้น คนที่เรารู้จักชื่อ (และสำคัญกับชีวิตเรา) เกือบทั้งหมด จะถูกเราตามหาเฟสบุ๊คมาหมดแล้ว

เจอบ้าง ไม่เจอบ้าง

แต่ที่ไม่แอด เพราะแค่เราไม่แอดเขาเท่านั้นเอง (เขาไม่รู้จักเราอยู่แล้ว)
เพราะบางคน แอดไป เขาก็ไม่รับ (เยอะเลย ก็โอเค ก็ถอนแอด ก็ไม่เป็นไร
บางคนรับแอด แล้วก็อันเฟรนด์ ก็โอเคหมดแหละ สิทธิส่วนบุคคล
เพราะเราก็ไม่ได้รับแอดทุกคน (นี่ก็ว่าจะเอาบางคนออก คือ รับเพราะคิดว่าเป็นลูกศิษย์ในโรงเรียน เผื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร จะได้รู้ไง เลยรับแอด บางคนเราก็แอดไปเอง ทั้งที่จริตจริง ๆ ไม่ชอบ ไม่ชอบสะสมเพื่อน แต่ชอบกระจายข่าว ทำหน้าที่กระจายข่าวมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว)
(ติดต่อทางอื่นได้ ถ้าไม่ได้ก็ไม่ติดต่อ)

หรือ บางคนเขาก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่เราอยากแอดเลยแม้แต่น้อย (เพราะไม่อยากให้มารู้เรื่องเรา 555 เราเยอะ)

บางคนสูงส่งมาก เราไม่อยากอยู่ในวงสูงส่งของเขา ไรงี้ 555

ในเฟสบุ๊คเนี่ย บางทีเขาก็มีข้อมูลให้สืบมากพอสมควร ที่เขาอาจจะไม่รู้ ว่าข้อมูลพวกนี้คนอื่นเห็นได้

โดยกดดูจาก
คำว่า adout หรือ เกี่ยวกับ



เช่นของเราคือ
http://www.facebook.com/pranitee/info



แค่นี้ กับบางคน ก็อ่านกันอ้วกไปเลย 555


อ่ะ






๒) อันนี้ไปเจอมา ของพี่เอ (คุณครูคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียน) พอดีพี่เอเขาเป็นที่ปรึกษาห้อง 2/6 ที่เราไปเป็นที่ปรึกษาร่วม เราจึงไปสืบมา
พี่เอเขาใช้แฟนเพจ http://www.facebook.com/TeacherAclub
ในการติดต่อสื่อสาร กับคนที่อยากพูดคุยกับเขา (เน้น สุภาพ และมีสาระ :-D) โดยใครที่สนใจก็ไปกดไลค์ เหมือนแฟนเพจทั่วไป
เขาเลือกใช้เป็นแฟนเพจ ด้วยเหตุผลนี้
http://www.facebook.com/TeacherAclub/posts/187494801391008
และ http://www.facebook.com/photo.php?fbid=187501154723706&set=a.187500041390484.47404.187491444724677&type=1




และแล้วครูเอก็ได้ตื่นมาต้อนรับ. นักเรียนทุกคนที่อยากจะเป็นเพื่อนในเฟสกับครูเอ หลังจากที่มีคนแอดมาเยอะมากแต่ไม่ยอมรับสักทีหลายคนบอกว่าครูหยิ่งแต่ไม่เลยเพราะการที่มีนักเรียนเป็นเพื่อนเยอะส่วนใหญ่จะใช้คำพูดคุยกันไม่สุภาพซึ่งครูจะแอนตี้ตรงนี้มาก ยังไงก็ขอให้พวกเราที่สนใจในเพจนี้ช่วยกันใช้คำพูดสุภาพเพื่อตัวเราเองและโลกของเราครับ^^
Unlike · · Share · December 21, 2012 via mobile

ซึ่งเราก็เห็นด้วย เรื่องเด็กพูดจาไม่สุภาพ เบื่อมาก แต่เราก็ยังรับแอด ด้วยเหตุผลที่บ่นไปแล้ว


ก็ทำให้มีช่องทางในการสื่อสารได้

เออ เพิ่งสังเกต (เราเอาอีกแอคเคาวน์ดู) เดี๋ยวนี้แฟนเพจ ไม่กดไลค์ ก็เม้นต์ โพสต์ได้แล้วว่ะ ไม่ดีเลย
น่าจะต้องกดไลค์ก่อน เหมือนแต่ก่อน

แฟนเพจจะเป็นอะไรที่ค่อนข้างเป็นสาธารณะที่สุด เข้าถึงง่ายที่สุด ถ้าเทียบกับเฟสบุ๊คส่วนบุคคลหรือกรุ๊ป
(ดูความแตกต่างระหว่างกรุ๊ป กับ แฟนเพจ ที่ http://www.balahave.com/group-fan-page-facebook/ คนอื่นทำ  เราไปหามา)










๓) แต่กับคนที่ไม่อยากเปิดแฟนเพจ (คือไม่เสียตังค์หรอก แฟนเพจเนี่ย ใคร ๆ ก็เปิดได้) เพราะแบบเผื่อใครอยากให้มีข้อมูลกองอยู่ที่เดียวเท่านั้น อะไรแบบนี้ ก็ใช้แบบนี้ดีกว่า
กับเฟสบุ๊คส่วนบุคคลนี่แหละ

โดยการไปตั้งตามนี้

https://www.facebook.com/settings?tab=subscribers&view




กับหน้านี้

http://www.facebook.com/settings?tab=privacy




เอาว่าเราขอแนะนำให้ เซต public ทุกอย่าง

อันบนคือ ทำให้คนอื่นสามารถติดตามได้ (บางท่าน ที่เพื่อนเต็มห้าพันแล้ว ก็จะเซตให้มีปุ่มนี้ เดิมคือปุ่ม subscribe ตอนนี้ เป็นปุ่ม follow แล้ว เราว่ามันเพิ่งเปลี่ยนตะกี้ร้อน ๆ เลยนะ)

อ่ะตัวอย่างของเฟสบุ๊คส่วนบุคคลของท่านที่เพื่อนเยอะ (หรือปิดการรับเพื่อน ไม่แน่ใจ) แล้วไม่มีปุ่มแอดเฟรนด์แล้ว มีแต่ปุ่ม ติดตาม คือ อ.ศุภเดช แห่งแบไต๋ไฮเทค http://www.facebook.com/ripmilla


(ไม่เคยดูรายการอ่ะ แต่ตามอ่านบล็อกเขาบ้าง เราติดตามเขาไง เลยนำมายกตัวอย่าง) กดไปดูจะเห็นว่าเขามีแต่ปุ่ม follow และมี ผู้ติดตาม follower ถึง หมื่นสี่ แหนะ เยอะดี ดูดี เลิศ (อยากได้บ้าง ต้องทำยังไง อิอิ)

*** เราอยากแนะนำว่าพวกท่านผู้บริหาร 

ผู้หลักผู้ใหญ่ ควรทำแบบนี้ 
เพราะการรับแอดเป็นเพื่อน 
ส่วนตัวเราว่าไม่เหมาะสม หมายความง่าย ๆ ว่า เราไม่กล้าแอดไปหรอก กลัวดูบังอาจอย่างบอกไม่ถูก (เป็นคนขี้กลัวว่ะ กลัวเขาด่า แบบเราเยอะไรงี้)
แต่ถ้ามีปุ่มติดตาม เรากดแน่นอน เพราะเราจะติดตามท่านที่สำคัญ ๆ เพื่อเพิ่มภาพลักษณ์ให้กับท่านที่เราจำเป็นต้องติดตามอะไรประมาณนี้ (แต่ส่วนใหญ่ก็ตามเพราะอยากรู้ข่าวสารข้อมูลจากเขาอานะ)
แต่ถ้ากดติดตามเขาไป แล้วเขาจะตามมาแอดเฟรนด์เรากลับมา นั่นก็เรื่องของเขา เพราะก็มีหลายคนเหมือนกัน ที่เราติดตามเขา แล้วเขาแอดเฟรนด์กลับมา ซึ่งนั้นก็สิทธิ์ของเขา เราดีใจอยากรับแอดเราก็รับแอด แต่ถ้าเราไม่อยากรับแอดเราก็ไม่รับ เขาก็จะกลายเป็นผู้ติดตามของเรา อะไรแบบนี้นั่นเอง

อ่ะต่อ
โดยการทำงานของปุ่มนี้คือ
ถ้ามีใครกดปุ่มนี้
เขาก็จะติดตามโพสต์ของเราได้
เวลาเราเขียนอะไร
เขาก็จะเห็นด้วย (เหมือนเป็นเฟรนด์ แค่เม้นต์ไม่ได้ เพราะเราไม่เปิดให้คนไม่ใช่เฟรนด์เม้นต์ แต่บางคนเขาเปิดนะให้ใคร ๆ ก็เม้นต์ได้ ฉะนั้นก็ไม่ต่างอะไรเลย จะแอดหรือไม่แอด ก็เข้าถึงได้เหมือนกัน -- ความปลอดภัยต่ำสุด)

((แต่ของเรา เราเคยตั้งไว้นานแล้ว แต่ตอนนี้หาไม่เจอ
คือเราตั้งให้ กดไลค์ได้ แม้ไม่ได้เป็นเพื่อน และแชร์ต่อได้
และก็ยังแอดเฟรนด์เราได้

ซึ่งมีน้อยคนที่กด ติดตามเรา
แต่ที่เรามีคนติดตามถึง 128 นั่นเพราะว่า เขาแอดเฟรนด์เรา แล้วเราไม่รับแอดนั่นเอง 555

ใครจะเอาไปใช้ก็ได้ เราไม่สงวนเทคนิคการหาคนติดตาม

แต่ส่วนตัวของเรานะ ใครที่เราไปกดแอด เราเขาสร้างปุ่มการติดตาม แต่เขาไม่โพสต์อะไรเป็นสาธารณะเลย
เราก็จะเลิกติดตาม เพราะไม่มีอะไรให้ติดตาม แล้วเราจะติดตามไปทำบ้าอะไร จริงไหม

เราจะติดตามเฉพาะ คนที่ยังมีสาระ หรืออะไรดี ๆ ให้ติดตามอยู่ (ยกเว้น ฝรั่งที่เป็นเจ้าของกิจการต่าง ๆ กดติดตามไปงั้น เพื่อความเท่ ((ตรงไหน 555 -- ติดตามคนเก่ง ๆ ระดับโลก เท่จะตาย เช่น ติดตาม เจ้าของเฟสบุ๊ค มาร์ค ซัคฯที่รัีก 555 http://www.facebook.com/zuck ใครอยากตามเขา ก็กดปุ่ม follow หรือ ติดตาม ได้เลย))

หลังจากเซตตามนี้แล้ว

ก็จะมีคนมากดติดตามได้
กับที่ public ทั้งหลาย ก็คือ เวลาโพสต์ มันจะอัตโนมัติ ว่าทุกอย่างที่โพสต์จะเป็นสาธารณะ ทุกคนที่มีเฟสบุ๊ค จะสามารถกดดูได้หมด

แต่ถ้าอยากลิมิตก็ทำได้ อย่างทางเว็บก็กด รูป (อย่างของเราคือเป็นสาธารณะอยู่ ก็กดรูปลูกโลก)
แล้วก็เลือกว่าจะแชร์ให้ใครเห็นได้บ้าง
เวลาเราจะคุยกับใครแค่เฉพาะเรื่อง เช่น ถามว่าเสื้อสวยไหม ไรงี้
เราก็จะตั้งเป็น only me คือเราเห็นได้คนเดียว แต่เราจะ กดรูปคน (ที่เราวงแดงไว้อ่ะ) แล้ว tag ไปหาเพื่อนที่เราอยากให้เห็น แค่นี้ โพสต์นี้ของเราก็เป็นส่วนตัวได้แล้ว (คนอื่นไม่มีทางเห็น เห็นได้แค่คนที่ถูก tag ไปหา)





เนี่ย ไดนามิกซ์มาก ๆ กร๊ากกกกก
คืออยากจะเล่าอะไรเป็นสาธารณะ ก็กดรูปลูกโลก คนอื่นจะได้ดูได้หมด มันได้เรื่องของการอ้างอิงได้ด้วย (ถ้าเขาจะมีน้ำใจ อ้างอิงมาให้)

เออ ตะกี้เว็บ

เอาแบบหน้ามือถือด้วย

ตามนี้ กดไปดูเอง
เราทำสอนซุงไว้ http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151196613832987&set=a.10150568427562987.385543.744907986&type=3&permPage=1

http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151196615032987&set=a.10150568427562987.385543.744907986&type=3&src=http%3A%2F%2Fsphotos-e.ak.fbcdn.net%2Fhphotos-ak-ash4%2F382132_10151196615032987_2014494948_n.jpg&size=480%2C800


http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151196618477987&set=a.10150568427562987.385543.744907986&type=3&src=http%3A%2F%2Fsphotos-d.ak.fbcdn.net%2Fhphotos-ak-snc6%2F8896_10151196618477987_1742369622_n.jpg&size=480%2C800


http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10151196623282987&set=a.10150568427562987.385543.744907986&type=3&src=http%3A%2F%2Fsphotos-b.ak.fbcdn.net%2Fhphotos-ak-snc6%2F282431_10151196623282987_1140107792_n.jpg&size=800%2C480





แต่อยากจะบอกว่า ถ้าจะตั้ง only me แต่โพสต์เรื่องที่เป็นประโยชน์ แนะนำว่าอย่าโพสต์เลย
เสียดาย อุตส่าห์โพสต์เรื่องดี ๆ แต่เห็นคนเดียว บ้าป่าววะ 555

ส่วนใหญ่ที่เราตั้ง only me คือความคิดของเรา ที่ยังไม่สมบูรณ์ เราจดไว้ เพื่อจะมาเล่าต่อ อะไรแบบนี้

แต่ถ้าเป็นเรื่องดี ๆ ความคิดดี ๆ ข้อความที่แชร์มาจากคนอื่น
เราจะพับลิกหมด เพื่อให้เครดิตต้นฉบับ การให้เครดิตต้นฉบับถือเป็นคำขอบคุณที่ยิ่งใหญ่ แม้ไม่ได้เสียเงินเสียทองอะไรเลย
และยังเป็นการทำให้สิ่งดี ๆ กระจายออกไป ไม่ใช่อยู่แต่ในเพื่อนตัวเอง หรือเห็นคนเดียว ((ถ้าเห็นคนเดียว แนะนำว่าปิดเฟสบุ๊คไปเหอะ 555 เสียดายค่าเน็ตว่ะ))



สรุป อย่าลืมพับลิกบ้างอะไรบ้าง โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพราะว่ามันจะทำให้เฟสบุ๊คของคุณ มีประโยชน์ในวงกว้าง มากขึนแน่นอน แถมเป็นที่โฆษณาได้ด้วย

ตัวอย่างเช่น เอซัง พี่สาวเราเอง
เขาลิมิตเฟสบุ๊คให้เฟรนด์เห็นได้เท่านั้น
แต่พอแฟนเขาเขียนบล็อก เขาเคยถามเราว่า ทำไงจะช่วยแฟนเขาโปรโมตบล็อกให้คนเข้าเยอะ ๆ ได้บ้าง
เราเลยบอกให้เขา   แล้วโพสต์โฆษณา URL เว็บพี่หนึ่ง แฟนเขา แล้วเลือกด้านหลังเป็น  public

ลองกดดู นั่นแหละ เห็นแค่นั้นแหละ

http://www.facebook.com/tasanee.ratanawijitr



คนเข้าได้มากขึ้นจริง ๆ เพราะพี่เรา มีคนแอดเยอะมาก (เพราะเขาน่ารักนิสัยดีกว่าเรา 555) ถ้าเขาเปิดปุ่มติดตาม คงเป็นพันอ่ะ แต่เขาดันไม่เปิด และเขาก็ไม่เซตพับลิกด้วย เขาเซตพับลิกที่บางโพสต์ แค่ที่เห็นอ่ะ เพราะเขาจะโปรโมตบล็อกให้แฟนเขา คนที่อยากรู้จักเขา กดตามหาเฟสบุ๊คเขา ต้องมีแน่นอนแหละ ที่จะกดไปดูบล็อกแฟนเขา

หรือไม่จริง ก็ในเมื่อเห็นได้แค่นี้ เชื่อว่าหลายคนที่อยากรู้ ก็ต้องลองกดไปดูอยู่แล้วอ่ะ



ดูนะ เขาเลือกพับลิก เรื่องดี ๆ ที่อยากให้คนทุกคนรู้อ่ะ ขอบคุณที่คนอวยพรวันเกิดเขา โปรโมตบล็อกแฟนเขา ข่าวเรื่องใบสมัครทหารเรือ
เห็นป่ะ แค่นี้ก็เป็นนักโฆษณาได้แล้ว ไม่ได้โฆษณาชวนเชื่อมั่วซั่วนะ อย่างที่เราบอก ว่าถ้าเขาเปิดปุ่มติดตามนะ และถ้าเขาแชร์พับลิกเรื่อย ๆ นะ เราว่ามันจะมีประโยชน์กว่านี้มาก คนคงตามเป็นหลายพันเป็นหลายหมื่น หนุกหนาน ดูดีมีชาติตระกูลเอิ๊ก ๆ

ของเราคนจะติดตามน้อยกว่า เพราะของเราเป็นสาธารณะ ถึงคนไม่กดติดตาม ก็แอบแว๊บมาดูได้ ว่าวัน ๆ เราโพสต์บ้าอะไรบ้าง ซึ่งเราไม่สนใจหรอก ว่าใครจะตามหรือไม่ตาม แค่เขามากดดู และอ่าน และทำความเข้าใจสิ่งที่เราโพสต์ แล้วไปลองทำดู (ถึงเราไม่รู้ว่าใครมาดู) เราก็ถือว่าโพสต์ของเรามีประโยชน์มากพอ คุ้มค่ากับเวลาที่เราเสียไปแล้ว ((ไม่ได้ดัดจริตนะ แต่คิดงี้จริง ๆ เพราะพวกแอดซ้งแอดเซนส์ไม่เคยได้เงิน และก็ไม่คิดว่ามันจะหาเงินให้เราได้ แต่เราคิดว่าสิ่งที่เราเรียนรู้จากการทำบ้าบ้าบอบอพวกนี้ มันมีความหมายกับชีวิตเรามากอ่ะ รู้สึกว่า เราใช้มันคุ้มนะ ไม่รู้สึกว่าตัวเองไร้สาระอะไรอ่ะ))

อิอิ ไปแล้ว เดี๋ยวอาบน้ำ ทำงานอีกแป๊บ

ถ้าอ่านแล้วงงตรงไหน ถามได้ ยกเว้นแอดเซนส์อย่าถาม ไม่รู้โว้ย ไม่เคยได้เงินจากมันเลย 555

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น